come back again

posted on 29 Jun 2012 01:09 by ranger in Diary
จากเฟรชชี่กลายเป็นพี่คน เดินมาอีกก้าวสำหรับชีวิตมหาลัย :) แม่งกลับไปอ่านตัวเองในปีก่อนที่เคยเขียนตอนเป็นเฟรชชี่แล้วในใจมันก็แบบ "กุชอบเชียร์" ขนาดนั้นเลยเหรอวะ... จากรับน้องทำให้เกิดความศรัทธาในอะไรบางอย่าง 
 
ท่ามกลางคนมากมายเป็นพันชีวิต คนที่ศรัทธา ต่อสู้ ฝ่าฝัน เพราะความเชื่ออย่างหนึ่งที่คนบางคนอาจจะคิดว่ามันไร้สาระ มันก็แค่กิจกรรมๆหนึ่งที่มีไว้ให้ครบทุกรสของการรับน้องเท่านั้น จำประโยคหนึ่งที่พี่ปีแก่คนนึงพูดได้ดี "ความเชื่อที่เราเชื่อ แม้ในวันที่ไม่มีใครเชื่อแต่เรากลับยังเชื่ออยู่ มันคือความศรัทธา" ผ่านมานาน มีสามสิบกว่าชีวิตที่ก้าวผ่านสิ่งนั้นมา แล้วก่อเกิดความเชื่อที่ทำให้สามสิบเกือบสี่สิบคนในคนหลายพันคนมารวมกันตรงนี้ 
 
การจะเป็นในสิ่งที่เชื่อมันไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ ยิ่งเชื่อมาก ยิ่งอยากเป็นมาก ทั้งๆที่ทำบางสิ่งบางอย่างเหมือนกับคนบางคนทำ แต่กลับรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่และเหน็ดเหนื่อยกว่ามาก เพราะใช้ใจมาก เวลาสุขเพราะได้ดั่งใจถึงสุขมาก เวลาทุกข์เพราะท้อแท้ถึงทุกข์มากเช่นกัน 
 
การเป็นวัยรุ่น การเป็นเด็กมหาลัยคนนึง ในคณะๆนึง บางทีไม่ต้องยึดติด ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องทำอะไรมากมายนักก็ได้ บางคนบอกว่า เยอะนะ จริงจังไปรึป่าว?  มันก็แค่กิจกรรมๆหนึ่งนะ จบแล้วก็จบ ไม่เห็นต้องเครียดมากขนาดนั้นเลย
 
 
ก็เพราะรู้สึกว่าชอบ รู้สึกว่าตัวเองเชื่อ เลยจริงจัง อาจดูเครียดมาก บางทีดูท้อในขณะที่คนอื่นไม่คิดอะไรมาก ทำตัวสบายๆ หลายคำถาม ถามว่า ทำไมต้องเครียดขนาดนั้นวะ ทำตัวสบายๆดิ ค่อยๆไป อยากบอกว่า เข้าใจทุกอย่าง ทุกประโยค ว่าค่อยเป็นค่อยไป แต่พออยากเป็นอะไร ในใจเหมือนอยู่เฉยๆไม่ได้ อยากจะคิด อยากจะลองทำ พอเจอความคิดที่ตัน ก็มีเครียดบ้าง บ่นบ้าง ถึงจะบ่นมากมาย แต่ในใจไม่เคยคิดจะเลิกเลยสักครั้ง ไม่เคยคิดที่จะบอกว่า กุว่ากุไม่ไหว กุไม่เหมาะว่ะ... 
 
บางวันทำออกมาได้ดี 
บางวันแย่เกิน จนคิดว่า เมื่อวานฟลุคหรือป่าววะ?
แต่ถ้ามองย้อนกลับไปว่า ทำไมวันนี้ทำไม่ได้ แต่ เมื่อวานทำได้ละ
คนเรามีขึ้น มีลง มียืน มีล้ม  การล้มไม่ได้หมายความว่าเราไม่เหมาะสม ไม่คู่ควร แต่การล้มเป็นการพลาดในรูปแบบหนึ่ง ที่อาจจะฝากสะเก็ดแผลไว้ แต่เป็นแผลที่เวลามันหาย มันผ่านช่วงที่บาดเจ็บไปแล้ว เหลือร่องรอยที่ทิ้งไว้ให้รู้ว่า กุผ่านมาแล้ว กุเคยล้ม แต่ล้ม กุก็ลุกได้เหมือนกัน มองกลับมา บางทีอาจจะอายในใจ แต่กลับรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆประสบการณ์หนึ่งเลยละ ไม่บ่อยหรอกที่เราจะต้องอับอายในการทำสิ่งมีสาระ ทีตะโกนด่าเพื่อนว่าไอ้เหี้ย หลังม.ดังลั่นยังไม่อายเลย สลัดผัก
 
สิ่งสำคัญจากการทำกิจกรรมก็คือเพื่อน กิจกรรมเวลาทำ ปัญหาย่อมมีเสมอ ภาพเบื้องหน้าออกมาดี เก่ง แต่เบื้องหลังใครจะรู้ว่ามันวุ่นวายขนาดไหน ทะเลาะกับเพื่อน เสียน้ำตา เสียใจ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เครียด มากมาย ประชุมดึกๆดื่นๆ ข้าวไม่ได้กิน แต่เพื่อนก็อยู่กัน ช่วยกัน มันทำให้รู้ว่า มันเทียบไม่ได้เลย กับเวลาที่มีความสุข ใครก็ได้ที่จะเดินเข้ามาแสดงความสุขกับเรา แต่เวลาทุกข์ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเข้าใจจริงๆ 
 
เรารับรู้ เราผ่านอะไรหลายๆอย่างมาด้วยกัน เจ็บเหมือนกัน ทุกข์เหมือนกัน พอสุข เลยสุขมากกว่าปกติหลายเท่า เพราะเวลาสุขคราวนี้ ไม่ใช่สุขคนเดียว แต่เป็นสุขกับใครอีกหลายๆคนที่มีความสุขเหมือนกับเรา 
 
วันที่ล้ม วันที่เหนื่อย วันนี้ร้องไห้มันก็มี แต่พอฉุดกันขึ้นมายืนพร้อมกัน ค่อยๆก้าว ถึงจะเขยกๆไปพร้อมกัน มันก็ดีกว่าก้าวยาวๆพลิ้วๆเพียงคนเดียว เหมือนกับประโยคที่ว่า หนึ่งก้าวที่ยาวไกล อาจหวั่นไหวและล้มลง หนึ่งก้าวที่มั่นคงแม้จะสั้นแต่มั่นใจ
 
บางคนไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ อยู่คณะเดียวกันภาคเดียวกัน เซคเดียวกันอีก แต่พอได้มาทำงานเป็นทีมร่วมกันกลับสนิทมากกว่าคนที่คุยกันมาตั้งแต่วันแรกของชีวิตมหาลัยซะอีก 
 
ได้เปิดใจอะไรหลายๆอย่าง ได้เห็นความคิดของเพื่อนมากกว่าที่เคยเห็น เวลาประชุมมันต้องแสดงความคิดไง ธรรมดาประชุมกัน บางคนก็ตามเพื่อน บางคนยังไงก็ได้ แต่ทีมนี้คนมันน้อย แต่ละคนก็มีตำแหน่งของตัวเอง ทีมขับเคลื่อนไปด้วยเฟืองทุกตัว เฟืองไหนเด่นมาก็ไม่ใช่ เฟืองไหนดรอปลงก็ต้องทำให้มันเท่าเทียมกัน เวลาขยับมันต้องขยับไปพร้อมกัน ไม่ใช่เฟืองนึงนำ อีกเฟืองตาม ความคิดเห็นของทุกคนจึงมารวมกันเป็นจุดประสงค์ของทีมในแต่ละวัน 
 
การทำงานครั้งนี้สังเกตได้เลยว่า ไม่ได้มีใครเปลี่ยน"ตัวตน"ของตัวเองเพื่อนใคร แต่ทุกคนใช้ "ตัวตน" ของตัวเองแสดงมันออกมาให้มันเข้ากันได้ดีจริงๆ จากการทำงาน ทีม ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตัวตนเพื่อเข้ากัน แต่อาจจะมีปรับเปลี่ยนนิสัยแค่นั้น ทีมมันถึงจะเวิร์คออกมาจากใจทุกคนจริงๆ 
 
ความเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นครอบครัว มันสำคัญและอบอุ่นจริงๆ พี่คอยช่วยเหลือ ดูแลตลอด ประชุมดึกดื่นถึงตีห้าก็ยังอยู่ค่อยฟัง คอยท้วงเวลาเรากำลังจะเดินผิดทาง คนที่คิดถึงจิตใจเรา จำคำนึงของพี่คนนึงได้ การเป็นพี่ ของคนที่เป็นพี่คนมันไม่ง่าย ถ้าเรามายืนอยู่จุดนี้ เราจะเข้าใจ  ด้วยความคิดแรงกล้าบางครั้งอาจจะลืมคิดไปถึงสิ่งที่พี่เตือน พอเราเป็นพี่คนอะไรที่อยากจะให้น้องมันก็มีมากมาย บางครั้งเกินขอบเขตโดยตัวเราเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ พี่เตือนแต่โดนเราแย้ง แต่ก็เอาเหตุผลเข้าใส่ พยายามจูนกับเรา อาจจะมีเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็อยู่ข้างๆเราตลอด อุ่นใจสุดๆ  
 
สำหรับน้อง สิ่งที่มอบให้ไป ไม่รู้ว่ามันจะเข้าไปถึงใจน้องมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ให้ ให้จากใจจริงๆ คิดอะไร ก็อยากให้ยังงั้น เพราะเคยได้รับ จนเชื่อ จนศรัทธา ก็เลยอยากให้ และส่งต่อความศรัทธาให้ไปถึงน้องบ้าง บางทีการส่งใจเราให้เข้าไปอยู่ในใจใครสักคนมันไม่ได้ง่ายเลย แลกกับอะไรหลายๆอย่าง ความเกลียด การโดนด่า นินทา จะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าหนีก็แล้วกัน
 
บางคนที่เดินหนีจากควสามเป็นจริงตลอด
คนที่หนี มันก็จะเป็นคนที่หนีแบบนี้ตลอดไป
 
 
บางคนว่าไร้สาระเลยไม่ทำ
แต่คนทำไม่ได้พูด คนพูดไม่ได้ทำ
 
 
ผ่านอะไรมาเยอะ ยิ่งเจออุปสรรค ใจยิ่งแกร่ง ช่วงนี้เรียนหนักโคตร แปดตัว ปีสองเจอวิชาภาคสองตัวแลปสองตัว สบายละมึง รู้สึกหนักโคตร แทกเล่มบานเบอะ รู้สึกภาษาอังกฤษตัวเองก็ดรอปลงโคตรๆอีกตะหาก ปัญหาเงินก็เยอะเกิน หนังสือนี่ ซีรอกนั่น แบกหนังสือปีหนึ่งไปให้น้องรหัส ในห้องมีแต่หนังสือ จะทับตายอยู่แล้ว กองเป็นเนิน ช่วงนี้ปัญหาก็รุมเร้า จนต้องอ่านหนังสือทำยังไงถึงจะมีความสุข จิตใต้สำนึกล้วนๆ ชีวิตขมขื่นจริงๆ กุ เห้อ
 
สู้ ต่อไป ชะ แล่ม แล่ม 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet